ลองย้อนวันวานกลับไปเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก เราอาจไม่รู้ว่าบางสิ่งบางอย่างเมื่อเราเติบโตขึ้นมามันจะกลายมาเป็นปัจจัยเสริมที่สำคัญ แถมจริง ๆ แล้วมันอาจจะเป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตเรามาโดยตลอดโดยที่เราไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ และบางอย่างก็ถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีในรูปแบบใหม่ที่เราอาจไม่คุ้นตากันเลย วันนี้จะพาไปดู 5 เทคโนโลยีที่พัฒนามาได้ไกลจนน่าเหลือเชื่อ 

“คอมพิวเตอร์” เชื่อว่าใครหลาย ๆ คนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะนี่คือปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในยุคนี้เลยก็ว่าได้ ย้อนไปเมื่อก่อนคอมพิวเตอร์เพียงหนึ่งเครื่องอาจมีน้ำหนักที่มากถึง 30 ตัน และมีขนาดที่หนาและใหญ่ซึ่งได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อประมวลปัญหาทางคณิตศาสตร์ แต่ก็นับว่าเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดในสมัยนั้นเลยก็ว่าได้ ตัดภาพมาที่ในปัจจุบัน คอมพิวเตอร์นั้นมีขนาดที่ตรงกันข้ามเลยทีเดียว ทั้งขนาดและความบางที่พัฒนามาให้สามารถยกหรือย้ายได้สะดวกมากขึ้น รวมทั้งโปรแกรมภายในที่คิดค้นจนเกิดเป็นฟังก์ชันที่หลากหลาย แถมยังประมวลผลคำสั่งได้รวดเร็วกว่าเมื่อก่อนอีกหลายเท่า

“โดรน” บางคนยังสงสัยว่าเมื่อก่อนมีโดรนด้วยหรอ? โดยเมื่อก่อนนั้นโดรนจะถูกใช้งานทางการทหาร หรือเราอาจจะเข้าใจกันว่ามันคือ “หุ่นสังหารที่เยือกเย็น” ก็ย่อมได้ ซึ่งจริง ๆ แล้วนั้นโดรนไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ แต่อยู่กับโลกของเรามานานมากตั้งแต่สมัยสงครามโลก แต่อาจเป็นเพราะว่าการทำงานของโดรนในยุคนั้นอาจจะไม่ใช่เทคโนโลยีที่เราสามารถเข้าถึงได้ง่าย อย่างในปัจจุบัน ทุกวันนี้โดรนได้ถูกพัฒนาและรับบทบาทเป็นเสมือนกล้องถ่ายภาพระยะไกล ในระดับที่ไกลกว่าการถ่ายภาพปกติ สามารถบินโดรนเพื่อถ่ายภาพมุมสูง, มุมกว้าง หรือแม้กระทั่งถ่ายวิดีโอก็ทำได้สบายด้วยรีโมทบังคับ ช่างแตกต่างกับเมื่อก่อนโดยสิ้นเชิงเลยจริง ๆ

เครื่องยนต์” ตามคอนเซ็ปต์ของสมัยก่อนเลย คือยิ่งใหญ่ยิ่งดี แน่นอนว่าเครื่องยนต์ที่ดีต้องมีขนาดใหญ่และมีข้อเสียตรงที่กินน้ำมันในการขับเคลื่อนมาก ทั้งระบบภายในที่ยังไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่าการขับ และดีไซน์ที่ถูกออกแบบขึ้นมาให้ดูทันสมัยกับยุคนั้น ๆ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องราคาเพราะมาในตัวเลขที่สูงลิ่วของยุคนั้น ๆ เลย แตกต่างกับปัจจุบันนอกจากดีไซน์การออกแบบที่ทันสมัยตามยุคแล้วนั้น ฟังก์ชันต่าง ๆ ภายในรถก็ถูกดีไซน์และออกแบบขึ้นมาให้มีการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้นเช่นกัน รวมไปถึงเจ้าตัวเครื่องยนต์ที่ได้รับการพัฒนามาอยู่ในจุดที่ต้องเล็กแต่ประสิทธิภาพในการขับขี่ที่ดีกว่า แถมยังมีการพัฒนาเครื่องยนต์เพื่อตอบโจทย์อีกทางเลือกขึ้นมาเพื่อให้ประหยัดพลังงานเชื่อเพลิงอีกด้วย

“กล้อง” เทคโนโลยีที่แฝงตัวเข้ามาในชีวิตของเรามานานมาก ๆ เราอาจเคยเห็นในหลากหลายรูปแบบจากเหล่าบรรดาพิพิธภัณฑ์ที่ได้นำวิวัฒนาการของกล้องถ่ายภาพมาจัดแสดง และแน่นอนว่ากล้องถ่ายภาพสมัยก่อนนั้นยังคงมีขนาดที่ใหญ่เช่นเดียวกันกับหลาย ๆ เทคโนโลยี จากเมื่อก่อนที่ภาพถ่ายจะคงอยู่ได้เพียงชัวขณะเท่านั้น และยังเป็นภาพขาวดำ จนต่อมาได้เกิด “ฟิล์มถ่ายภาพ” ขึ้น ซึ่งต้องส่งเพื่อล้างภาพออกมา จนมาถึงปัจจุบันกล้องได้พัฒนามาจนสามารถเก็บภาพเอาไว้ในเครื่องได้ และใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีด้วยซ้ำสำหรับการล้างภาพเหล่านั้นออกมา แถมยังมีอีกหลายต่อหลายฟังก์ชัน ทั้งระบบในการปรับภาพก่อนถ่ายเพื่อให้ภาพออกมาสวยที่สุด หรือแม้แต่การแต่งภาพกันภายในตัวเครื่องเลยทีเดียว

สุดท้ายแต่ไม่ใช่สิ่งที่เทคโนโลยีได้ถูกพัฒนาขึ้นท้ายสุด นั่นคือ “เครื่องคิดเลข” ตั้งแรกเริ่มเดิมทีนั้น ผู้คนใช้การนับจำนวนด้วยเม็ดหินหรือเมล็ดพืชกันเลย จนกลายมาเป็น “ลูกคิด” โดยจะเริ่มใช้แพร่หลายในลุ่มพ่อค้าแม่ค้านั่นเอง และต่อมาก็ได้เริ่มพัฒนาเครื่องคิดเลขที่ไม่ใช่แค่การบวกหรือลบแบบธรรมดา โดยเพิ่มเครื่องคิดเลขในรูปแบบเฉพาะเข้ามา โดยวิศวกรหรือสถาปนิกมักจะใช้กัน และได้พัฒนามาเรื่อย ๆ จนถึงการคูณ การหาร ต่อมาจนกลายมาเป็นเครื่องคิดเลขในปัจจุบันที่รวมทุกสูตร ทุกการคำนวณสามารถคำนวณออกมาได้ด้วยเครื่องคิดเลขเพียงเครื่องเดียวเท่านั้น และแน่นอนว่าก็ได้ถูกพัฒนาออกมาในรูปแบบที่เบาและบางลงกว่าเมื่อก่อนเยอะ

จะสังเกตได้ว่าเทคโนโลยีในสมัยก่อนนั้นยิ่งใหญ่ยิ่งดี ซึ่งเมื่อตัดภาพมาในปัจจุบันเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกันเลย ผู้พัฒนาจะเน้นในเรื่องของความเบาและบางเป็นหลัก ที่เมื่อรวมกับฟังก์ชันที่ได้ถูกคิดค้นขึ้นมาแล้วนั้น จะกลายเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยสำหรับในยุคนี้