apple event

ผ่านไปอย่างเรียบร้อยและราบรื่นสำหรับ Event สำคัญประจำปี 2022 ของ Apple กับงาน Apple Event Far Out ซึ่งเป็นงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple และเป็นที่ทราบกันดีก่อนหน้างานจะจัดขึ้นแล้วว่า ภายในงานจะมีการเปิดตัว iPhone 14 ที่จัดว่าเป็นไฮไลต์สำคัญของงานนี้เลยทีเดียว แต่นอกจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแล้ว Apple ก็มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกหลายชิ้นพร้อมกันด้วย งานในครั้งนี้จัดขึ้นที่ Steve Jobs Theater รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปีนี้มีนักข่าวและผู้สนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ที่ต้องว่าพิเศษสุด ๆ เลยก็คือ ในปีนี้ประเทศไทยเราได้ถูกยกระดับให้ขึ้นมาอยู่ในกลุ่ม Tier-1 อันเป็นกลุ่มประเทศที่จะได้รับผลิตภัณฑ์มาจัดจำหน่ายพร้อมกับอเมริกาเลยทีเดียว งานนี้ Apple เปิดตัวสินค้าใหม่อะไรกันบ้างมาดูกัน

iPhone 14 Pro Max

เปิดตัว iPhone 14 กับซีรีส์ 4 พี่น้อง

พระเอกของงานในครั้งนี้ คงไม่หนีไปจากเรื่องของการที่ Apple เปิดตัวซีรีส์ iPhone 14 พร้อมกันทั้ง 4 รุ่น อันประกอบไปด้วย iPhone 14, iPhone 14 Plus, iPhone 14 Pro และเรือธงรุ่นใหญ่ที่หลายคนตั้งตารออย่าง iPhone 14 Pro Max ลองมาดูรายละเอียดที่น่าสนใจของแต่ละรุ่นกันเลย

iPhone 14 และ iPhone 14 Plus

มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.1 และ 6.7 นิ้ว ในครั้งนี้ Apple ในตัดรุ่น Mini ออกไป จุดเด่นของทั้งสองรุ่นก็อยู่ที่เรื่องของแบตเตอรี่ที่ทรงพลังมากขึ้น สามารถที่จะใช้งานได้นานมากขึ้น และฟังก์ชันใหม่ 2 อย่างที่เพิ่มเข้ามา นั่นคือ

  • Crash Detection อันเป็นความพิเศษที่ iPhone จะสามารถตรวจจับอุบัติเหตุรถชนได้และจะทำการส่งข้อความขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยกู้ภัยที่เชื่อมต่อกับระบบนี้ได้แบบอัตโนมัติ ซึ่งจะสามารถตรวจจับการชนได้รอบคันรถเลยทีเดียว
  • การเชื่อมต่อ iPhone ผ่านดาวเทียม เพื่อขอความช่วยเหลือในพื้นที่ห่างไกลและไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ตามปกติ แต่ฟังก์ชันนี้จะเปิดให้ใช้บริการในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาก่อนในช่วงแรก

ในส่วนของชิปจะยังคงใช้เป็น A15 Bionic เหมือน iPhone 13 แต่มีการอัปเกรดเพิ่มส่วน GPU ขึ้นมาเป็น 5-core ส่วนกล้องหลังก็ยังคง 2 ตัวเหมือนเดิม โดยจะเพิ่มเติมส่วนรูรับแสง (f) ให้กว้างขึ้นทำให้การถ่ายในที่แสงน้อยทำได้ดีมากกว่าเดิม กล้องหน้าในรุ่นนี้ก็จะมี Auto Focus เป็นครั้งแรก สามารถถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีพอ ๆ กับกล้องหลังเลย

สำหรับการถ่าย VDO รุ่นนี้สามารถถ่ายแบบ 4K ที่ 24 fps ได้ และมีการเพิ่มระบบกันสั่นให้ถ่ายมือเปล่าได้ดีขึ้น โดยไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์เสริมมาช่วยเลย สำหรับสีของเครื่องมีมาให้เลือก 5 สีด้วยกันคือ Midnight, Starlight, สีฟ้า, สีม่วง และสีแดง

เรือธง iPhone 14 Pro และเรือธงรุ่นใหญ่ iPhone 14 Pro Max

ทั้งสองรุ่นเป็นรุ่นเรือธง โดยไฮไลต์หลัก ๆ มีอยู่ 2 ประการด้วยกัน ก็คือ

  • การออกแบบส่วนกล้องหน้าให้ดูดีมากขึ้น โดยดีไซน์กล้องหน้าของรุ่น Pro จะไม่มีติ่งหรือนอตที่เห็นจนชินตากันอีกแล้ว Apple ออกแบบให้ Interface การใช้งานแสดงรายละเอียดต่าง ๆ ผสานเข้ากับรูสีดำของกล้องได้อย่างเนียนตา จนเราแทบจะไม่รู้สึกเลยว่ามีกล้องหน้าอยู่
  • หน้าจอที่มาแบบ Always on Display เป็นครั้งแรก Apple ได้มีการลด Refresh Rate ให้เหลือ 1Hz เพื่อประหยัดแบตเตอรี่และช่วยให้เราสามารถมองรายละเอียดสำคัญต่าง ๆ บนหน้าจอได้ตลอดเวลา แม้จะไม่ได้หยิบเครื่องขึ้นมาดู

ในส่วนของชิปรุ่น Pro ทั้งสองรุ่นมีการปรับปรุงมาใช้ A16 Bionic 6 Core ซึ่งทาง Apple ภูมิใจนำเสนอมากว่านี่เป็นชิปของสมาร์ตโฟนที่เร็วที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมาเลยทีเดียว นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีการปรับเรื่องกล้องแบบยกชุดด้วยการใช้เซนเซอร์ที่ใหญ่ขึ้นถึง 65% มีการปรับระบบกันสั่นใหม่และสามารถถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีขึ้นถึง 2 เท่า

Apple Watch Ultra

Apple Watch สมาร์ตวอตช์สุดเก่งแห่งปี

มาต่อกันที่อีกหนึ่งสินค้าที่เปิดตัวในงานนั่นคือ Apple Watch ซึ่งในครั้งนี้เปิดตัวพร้อมกันถึง 3 รุ่น ซึ่งก็คือ

Apple Watch Series 8

ในภาพรวมแล้วรูปลักษณะหน้าตาจะไม่ได้แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้าเท่าไหร่ แต่สิ่งพิเศษที่เพิ่มขึ้นมาจากรุ่นก่อน ๆ มีด้วยกัน 2 อย่างนั่นคือ

  • เซนเซอร์วัดอุณหภูมิ ที่ถูกฝังไว้ใต้จอ มีการออกแบบมาเพื่อการใช้งานของคุณสุภาพสตรีโดยเฉพาะ จะมีการวัดอุณหภูมิร่างกายที่ทำอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้ Watch เก็บข้อมูลเรื่องรอบเดือนและระยะไข่ตกของคุณผู้หญิงได้อย่างแม่นยำ
  • Crash Detection เป็นแบบเดียวกันกับที่อยู่ใน iPhone 14 เป็นฟีเจอร์ที่จะทำให้ผู้ใช้งานได้รับความช่วยเหลือในกรณีอุบัติเหตุฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที

สำหรับแบตเตอรี่ จะใช้งานได้ถึง 18 ชั่วโมง โดยทาง Apple ได้มีการเพิ่มโหมด Low Power แบบใหม่ จึงช่วยยืดการใช้งานได้ถึง 36 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้งเลยทีเดียว

Apple Watch SE

เป็นรุ่นเริ่มต้นสำหรับคนที่ต้องการลองสัมผัส Apple Watch ซึ่ง SE ใน Gen 2 นี้ได้รับการอัปเกรดให้มีคุณสมบัติหลัก ๆ มาแล้ว ทำให้มีฟีเจอร์พิเศษ ๆ มากมายใช้งานได้อย่างเต็มที่ไม่แพ้รุ่นพี่แบบอื่น ๆ เลย

Apple Watch Ultra

เป็น Apple Watch รุ่นล่าสุดจาก Apple ที่เปิดตัวในงานนี้ด้วย ซึ่งรุ่นนี้ดีไซน์ออกมาเฉพาะสำหรับผู้ใช้งานที่มีไลฟ์สไตล์หนัก ๆ เป็นสายกิจกรรม Extreme โดยเฉพาะเลย ทำให้ดีไซน์ของตัวเครื่องบ่งบอกถึงความแข็งแรงทนทาน ใช้เคสที่ทำจาก Titanium และหน้าจอ Sapphire สุดแกร่ง และการแสดงผลถือว่าให้ความสว่างได้สูงที่สุดในบรรดา Apple Watch ทุกรุ่น เพื่อให้ผู้ใช้งานดูหน้าจอได้แม้ในที่แสงแดดจ้า อีกทั้งยังมีการเพิ่มความสามารถของลำโพงให้มีเสียงที่ดังขึ้นอีกด้วย

สรุปให้แล้ว…ประเด็นสำคัญของ Apple Event Far Out กับผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple

AirPods Pro เจเนอเรชันที่สองแต่คุณภาพไม่เป็นรองใคร

ปิดท้ายกับการเปิดตัว AirPods Pro เจเนอเรชันที่สอง ที่ในภาพรวมแล้วหน้าตาค่อนข้างจะเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ก็มีการเพิ่มเติมอะไรใหม่ ๆ มาให้ อย่างการใช้ชิป H2 รุ่นใหม่ เพิ่มฟังก์ชัน Special Audio ที่จะช่วยเปิดประสบการณ์การฟังเสียงที่สดใสเต็มอิ่มมากขึ้น เพราะสามารถปรับแต่งเองได้ และมีการอัปเกรด Touch Control ให้สามารถลูบก้านหูฟังขึ้นลงเพื่อสั่งการได้ นอกจากนั้นแล้ว Apple ยังได้มีการใส่ลำโพงตัวเล็ก เข้าไปที่ส่วน Charging Case เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมการทำงานผ่านแอปพลิเคชัน Find My สำหรับการค้นหาเคสได้ด้วย นี่คือสรุปรวมสิ่งที่น่าสนใจทั้งหมดของ Apple Event Far Out 2022 ผลิตภัณฑ์หลาย ๆ รุ่น เปิดราคาออกมาแล้ว จะเข้าไทยตามกำหนดและราคามีปรับเปลี่ยนหรือไม่ ก็ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด