มือถือสมาร์ทโฟนสุดร้อนในช่วงต้นปี 2020 นี้ ไม่มีใครเกินจากค่ายซัมซุงอีกแล้ว ที่แค่ชื่อซีรีส์ก็ทำให้คนเอ๊ะ!ไปตาม ๆ กัน เพราะกระโดดข้ามรุ่นจาก 10 กลายมาเป็น 20 เลย ใช่แล้วที่เรากำลังจะกล่าวถึงนี้ก็คือ Samsung Galaxy S20 Ultra สุดยอดมือถือสมาร์ทโฟน ที่หลายคนบอกว่านี่คือ “ซูเปอร์เรือธง” เพราะจัดมาให้เน้น ๆ กับฟีเจอร์เด็ด  ๆ ที่จะหามาได้ในช่วงนี้ แล้วทำไมจึงเด็ดสุด ไปหาคำตอบกันเลยดีกว่า ว่า Samsung Galaxy S20 Ultra นี้มีความเทพอย่างไร

S20 Ultra จัดหนักมาด้วยสเปกที่เหนือใคร

Samsung Galaxy S20 Ultra เกิดมาเพื่อฆ่าเรือธงทุกค่าย เพราะนี่คือซูเปอร์เรือธงตัวจริงเสียง

แม้ว่า Samsung Galaxy S20 Ultra จะเป็นสมาร์ทโฟนที่รองรับ 5G แต่เรื่องนี้ยังคงให้รายละเอียดอะไรไม่ได้ เนื่องจากว่าบ้านเราเพิ่งเปิดประมูลกันเสร็จไปไม่นาน ก็คงจะต้องรอทาง Samsung ทำการอัปเดตเฟิร์มแวร์กับผู้ให้บริการเครือข่ายของไทยเราแต่ละค่ายอีกที ดังนั้นเรากระโดดข้ามมาดูในเรื่องของสเปกที่เป็นขุมพลังภายในหลัก ๆ กันเลยดีกว่า

เริ่มกันที่ชิปเซ็ต Samsung Galaxy S20 Ultra รุ่นที่จะเข้ามาจำหน่ายในไทย ค่อนข้างแน่นอนแล้วว่าจะเป็น Exynos 990 การประมวลผลเป็นแบบ Octa-core ส่วนของ GPU จะเป็น Mali-G77 MP11 ส่วนสเปกหน่วยความจำ (Rom) ให้มาที่ 128 GB รองรับ microSD สูงสุดถึง 1TB ส่วน Ram เป็น LPDDR5 12GB ตัวเครื่องจะมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Samsung One UI 2.0 Android 10 ที่ออกแบบมาให้มีหน้าตาสวยงามและเน้นความเป็นระเบียบมากขึ้น

ดีไซน์ถึงไม่ใหม่กิ๊ก แต่ก็จัดว่าดี

Samsung Galaxy S20 Ultra เกิดมาเพื่อฆ่าเรือธงทุกค่าย เพราะนี่คือซูเปอร์เรือธงตัวจริงเสียง

จากที่ได้ลองสัมผัสตัวเครื่องแล้ว ต้องบอกว่า Samsung Galaxy S20 Ultra ยังไม่ได้มีดีไซน์ใหม่ที่ดูหวือหวาหรือชวนสะดุดตานัก แต่ถ้ามองโดยรวมก็ถือว่าดูดีกระชับมือไม่ลื่นหลุดง่าย ๆ โดยรุ่นนี้ Samsung ยังคงใช้ดีไซน์สไตล์ปี 2019 ช่วงครึ่งปีหลังอยู่ ก็จะมีที่ปรับไปบ้างจาก Note 10 ก็คือ การย้ายเอาปุ่มปรับระดับเสียงกับปุ่มปิดเปิดหน้าจอกลับมาด้านขวามือ หลังจากที่มีการย้ายไปฝั่งซ้ายในรุ่น Note 10 นั่นเอง

ในส่วนของน้ำหนักเครื่อง S20 Ultra จะหนักกว่ารุ่นอื่นใน S ซีรีส์ ซึ่งใครจับก็จะสัมผัสได้เลย เพราะน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาถึง 222 กรัม และก็จะมีเรื่องของเลนส์กล้องที่รุ่นนี้ทำให้นูนออกมาทางด้านหลัง จึงทำให้ไม่สามารถวางราบไปกับพื้นได้อย่างสนิท

มาต่อกันที่เรื่องของสีสันดีไซน์ S20 Ultra จะเน้นโทนสีเข้ม ๆ จึงมีออกมาให้เลือกเพียง 2 สี คือ Cosmic Black ที่ออกดำ และ Cosmic Gray ที่เป็นสีเทา ซึ่งเข้าใจว่าทางซัมซุงต้องการสื่อถึงสมรรถนะของรุ่นนี้ ว่าสุดยอดจึงใช้สีโทนเข้มและไม่จัดจ้าน

หน้าจอและระบบการเชื่อมต่ออื่น ๆ 

Samsung Galaxy S20 Ultra เกิดมาเพื่อฆ่าเรือธงทุกค่าย เพราะนี่คือซูเปอร์เรือธงตัวจริงเสียง

อีกหนึ่งความเทพของ Galaxy S20 Ultra ก็คือเรื่องจอ หน้าจอของรุ่นนี้ไม่ได้มีความโค้งเหมือนกับรุ่นก่อน มีการปรับองศาใหม่ ขนาดหน้าจอ 6.9 นิ้ว ตัวจอใช้กระจกแบบ 2.5D กับดีไซน์แบบ Infinity-O Display บนพาแนล Dynamic AMOLED 2X ความละเอียดสูงสุด Quad HD+(3200x1440px) และอัตราส่วนการแสดงผลอยู่ที่ 20:9 รองรับ HDR10+ อัตรารีเฟรชเรทสูงสุดที่ 120Hz ให้ค่าสีที่แม่นยำสวยงาม การสัมผัสก็ลื่นไหลสุด ๆ

ในส่วนของแบตเตอรี่รุ่นนี้อยู่ที่ 5,000 mAh รองรับชาร์จไวสูงสุด Super-Fast Charge 45W รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax 2.4G+5GHz และ Bluetooth 5.0 มีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68

ไฮไลท์ความเด็ด อยู่ที่สเปกเรื่องกล้อง

ไฮไลท์เด็ดที่ทุกคนยกนิ้วให้สำหรับ Samsung Galaxy S20 Ultra ก็คงเป็นเรื่องกล้อง ที่ต้องยอมรับเลยว่า สุดจัดจริง ๆ รุ่นนี้จัดกล้องหลังมาให้ถึง 4 ตัว และกล้องหน้าอีก 1 หลายคนอาจจะบอกว่าจำนวนของกล้องไม่ต่างจาก Note 10 เลย แต่ในเรื่องความประสิทธิภาพในการถ่ายแตกต่างกันแน่นอน กล้องหลัง 4 ตัวประกอบไปด้วย

  • กล้องหลักความละเอียดถึง 108 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 ระบบโฟกัส PDAF และมี OIS
  • กล้อง Telephoto แบบ Periscope ความละเอียดที่ 48 ล้านพิกเซล F/3.6 ที่มาพร้อมฟีเจอร์สุดล้ำโดนใจกับ Space Zoom ที่ทำได้มากเหนือใครในเวลานี้คือสูงสุด 100 เท่า
  • กล้อง Ultra-Wide กับความละเอียด 12 ล้านพิกเซล F/2.2 Super Steady
  • กล้อง Depth Vision หรือเซนเซอน์วัดระยะ 0.3MP

ซึ่งจากความสามารถในเรื่องของกล้องและฟีเจอร์พิเศษที่ใส่ไว้ในเรื่องของกล้องนี้ เสมือนว่าซัมซุงเป็นเจ้าแรกที่ “ปลดล็อก” เรื่องข้อจำกัดฮาร์ดแวร์ของกล้องมือถือไปได้

ความเทพของกล้อง Galaxy S20 Ultra ที่ต้องจับตาก็อยู่ที่กล้องหลัก และกล้อง Telephoto ซึ่งกล้องหลักนั้นทางซัมซุงได้ใช้เซนเซอร์ตัวใหม่ ที่ประสิทธิภาพในการรับแสงและจัดเรียงพิกเซลได้ดีขึ้นกว่าเดิม ใครที่ต้องการ Crop ภาพและยังคงความคมชัด ตรงนี้ถือว่าตอบโจทย์มาก และในส่วนของการถ่าย VDO กล้องระดับนี้ก็จัดหนักได้ถึง VDO 8K เลยทีเดียว ส่วนกล้อง Telephoto ก็มีความสามารถในด้านการซูมภาพที่เหนือใคร ทำให้ S20 Ultra กลายเป็นมือถือที่ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ

ในส่วนกล้องหน้า อยู่ตรงกลางด้านบนของจอ ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล f/2.2 มุมมองรับภาพอยู่ที่ 80 องศา ก็ถือว่าไม่ธรรมดาเหมือนกัน เซลฟี่ได้เฉียบมาก ๆ

ระยะปกติ

Samsung Galaxy S20 Ultra เกิดมาเพื่อฆ่าเรือธงทุกค่าย เพราะนี่คือซูเปอร์เรือธงตัวจริงเสียง

ระยะ x30

Samsung Galaxy S20 Ultra เกิดมาเพื่อฆ่าเรือธงทุกค่าย เพราะนี่คือซูเปอร์เรือธงตัวจริงเสียง

ระยะ x100

Samsung Galaxy S20 Ultra เกิดมาเพื่อฆ่าเรือธงทุกค่าย เพราะนี่คือซูเปอร์เรือธงตัวจริงเสียง

เรียกว่า Samsung Galaxy S20 Ultra ถือเป็นมือถือเรือธงที่แรงที่สุดในขณะนี้เลยในหลาย ๆ เรื่อง เหมือนออกมาเพื่อให้เหนือกว่าเรือธงจากทุกค่ายจริง ๆ ราคาในไทยเปิดตัวกันอยู่ที่ 39,900 บาท ใครสนใจก็จองกันได้ ถือว่าน่าใช้เลยทีเดียว